สิงห์บลู เสนอสัญญา 12 เดือน

45 Comments

สิงห์บลู เสนอสัญญา 12 เดือน ให้เทอร์รี ตัดสินใจ

แฟนบอลของ เชลซี ต้องรอลุ้นอย่างใจจดจ่อเมื่อสโมสรออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีม กำลังพิจารณาเรื่องการต่อสัญญาค้าแข้งออกไปอีก 1 ปี หลังทีมยื่นข้อเสนอให้ก่อนเกมนัดสุดท้ายเปิดบ้านเจอ เลสเตอร์ ซิตี วันที่ 15 พฤษภาคม นี้

ปราการหลังวัย 35 ปี มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม สร้างความสำเร็จให้กับสโมสรมากมาย ทว่าก่อนหน้านี้ก็เตรียมเก็บข้าวของอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพราะหมดสัญญากับทีมพอดี โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ให้สัมภาษณ์บอกจะไม่ต่อสัญญา แม้แฟนๆเรียกร้องให้อยู่ต่อ

อย่างไรก็ตาม “สิงห์บลูส์” ก็ได้ประกาศว่าพวกเขาได้ยื่นข้อเสนอสัญญาใหม่จำนวน 1 ปี ให้อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ เอากลับไปพิจารณา โดยข้อความในทวิตเตอร์ระบุว่า “เราอยากประกาศว่า จอห์น เทอร์รี ได้รับข้อเสนอสัญญาใหม่ 1 ปี และ จอห์น กำลังพิจารณาเรื่องนี้”

ด้าน กุส ฮิดดิงค์ นายใหญ่ชาวดัตช์ เชื่อมั่นว่า “เจที” จะตัดสินใจอยู่กับทีมต่อและน่าจะจบชีวิตค้าแข้งต่อหน้าสาวกที่นี่เลย “ที่ผ่านมานักเตะเก่าๆของทีมมักจะพูดถึงวัฒนธรรมและความทรงจำที่ดีกับทีมเก่าของเขา และส่วนมากก็จะกลับมา ผมค่อนข้างมั่นใจตรงนี้”

หงส์ หวังพี่เสือปล่อย

หงส์ หวังพี่เสือปล่อย เกิตเซ ร่วมทีมก่อนโดนปาดหน้า

ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่ง พรีเมียร์ ลีก เดินหน้าเจรจา บาเยิร์น มิวนิค เข้าไปอีกก้าว เพื่อขอดึงเอา มาริโอ เกิตเซ แนวรุกตัวเด็ดมาสู่ถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยข้อเสนอ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,022 ล้านบาท) หลังสถานการณ์ไม่สู้ดีเมื่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยากได้นักเตะกลับสู่ถิ่นคุ้นเคย

เกิตเซ ได้ชื่อว่าเป็นชายผู้นำทีมชาติเยอรมนี เถลิงแชมป์ เวิลด์ คัพ ปี 2014 ที่ บราซิล ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นแค่ตัวเลือกสำรองของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เท่านั้น แม้สิ้นฤดูกาลนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ จะเข้ามาคุมแทนแต่คาดว่าเจ้าตัวก็คงไม่อยากฝากอนาคตไว้ที่ อัลลิอันซ์ อารีนา แล้ว

แข้งวัย 23 ปี เหลือสัญญากับ “เสือใต้” อยู่อีก 1 ปี แน่นอนว่าด้วยใจที่ไม่อยู่กับทีมทำให้พวกเขาน่าจะเลือกขายให้ทีมอื่นมากกว่าเก็บไว้ โดยมี ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจยื่นข้อเสนอโดยมี เจอร์เกน คล็อปป์ เจ้านายเก่ายืนรออ้าแขนต้อนรับอยู่ที่ แอนฟิลด์ แต่ก็เงียบไป

อย่างไรก็ตาม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เป็นอีกทีมที่กำลังจับตาดูสถานการณ์อยู่เพื่อทาบทามเอานักเตะลูกหม้อกลับถิ่น ซิกนัล-อิดูนา พาร์ค แถมมีโอกาสด้วยเพราะก่อนหน้านี้ก็ปล่อย มัตส์ ฮุมเมลส์ ให้อีกฝ่ายไปแล้ว จนมีแนวโน้มว่าอาจจะสลับตัวย้ายกันเกิดขึ้น

แต่ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ก็ยังพอมีลุ้น นอกจากต้องฝากความหวังไว้ที่การเจรจากับเอเยนต์นักเตะและต้นสังกัดแล้ว ยังต้องงัดฟอร์มสู้กับ เซบียา เพื่อคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เพราะหากทำได้พวกเขาก็จะได้สิทธิ์ลุย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก และเป็นอีกหนึ่งออปชันที่สามารถยั่วใจให้นักเตะลองคิดดูด้วย

ฟาน กัล ขอเทใจเชียร์ปืน

ฟาน กัล ขอเทใจเชียร์ปืน บุกจมเรือช่วยผีลุ้น ชปล.

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือจอมเฮี้ยบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศขอเป็นกองเชียร์เฉพาะกิจ อาร์เซนอล ซึ่งมีโปรแกรมเผชิญหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี อริร่วมเมือง ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคมนี้

“ปิศาจแดง” ขยับจี้อันดับ 4 แมนฯ ซิตี เหลือ 1 แต้ม ด้วยการเอาชนะ นอริช ซิตี แบบหวุดหวิด 1-0 ที่สนาม คาร์โรว์ โรด คืนวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม และคาดหวัง ทีมของ มานูเอล เปเยกรินี จะเพลี่ยงพล้ำแก่ ทีมจากย่านลอนดอนเหนือ

อดีตผู้จัดการทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ กล่าว “อย่างน้อยผมขอเป็นแฟน อาร์เซนอล วันอาทิตย์นี้ มันเป็นเกมหนักระหว่างทั้ง 2 ทีม หลังความพ่ายแพ้แก่ รีล มาดริด คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี จะคืนฟอร์ม”

ทั้งนี้ บิ๊กบอสวัย 64 ปี ยังปกป้องการตัดสินใจดร็อป เดลีย์ บลินด์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “คุณไม่สามารถเสียใจต่อการตัดสินใจของคุณ เรายังคงมีความหวัง ผมบอกนักเตะแบบนั้น พวกเขาต่างเหนื่อยล้ากันมาก แต่เราก็ชนะ นั่นเป็นสิ่งที่ดี”

หงส์ขาว เปิดบ้านอัด

หงส์ขาว เปิดบ้านอัด หงส์แดงที่ส่งสำรองผสมเด็ก 3-1

ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เกน คล็อปป์ ส่งนักเตะสำรองลงสนามเผชิญหน้า สวอนซี ซิตี ก่อนพ่ายแพ้แบบหมดรูป 1-3 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คาดเก็บตัวหลักไว้ดวลกับ บียาร์รีล ศึก ยูโรปา ลีก กลางสัปดาห์

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
สวอนซี ซิตี 3-1 ลิเวอร์พูล

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่แรกของวันอาทิตย์ สวอนซี ซิตี อันดับ 15 ของตาราง มี 40 แต้ม เปิด ลิเบอร์ตี สเตเดียม เจอกับ ลิเวอร์พูล อันดับ 7 มี 55 แต้ม เกมนี้ จอร์แดน อายิว ยืนตำแหน่งหน้าเป้าให้ “หงส์ขาว” ส่วนฝั่ง “หงส์แดง” ให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ประจำการยิง ที่เหลือเป็นนักเตะสำรองเกือบหมด

เปิดเกมมา 10 นาที ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นก่อน จอร์ดอน ไอบ์ โยนมาให้แล้ว ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อัดด้วยซ้ายแต่ออกข้างก่อน ขณะที่ สวอนซี เดินเกมบุกสวนบ้างจน นาที 19 ก็เป็นฝ่ายนำก่อนเลย กิลฟี ซิกูร์ดสสัน เปิดลูกเตะมุมแล้ว จอร์แดน อายิว ชิงจังหวะโหม่งเข้า 1-0

นาที 26 สวอนซี เกือบได้เม็ดสอง บอลไหลเข้ากลางมาถึง ฆอร์ดี อามัต ตวัดยิงจ่อๆแต่ ซิมง มิโญเลต์ ยืดขาเซฟทันการณ์ แต่แล้ว นาที 33 เจ้าบ้านก็ได้ประตูที่ต้องการ แจ๊ค คอร์ก แซะบอลได้ก่อนลากเลื้อยไปเองแล้วปั่นโค้งๆกระทบตาข่ายด้านใน สวอนซี นำ 2-0

ลิเวอร์พูล โหมบุกมากขึ้นช่วงท้ายเพื่อตีไข่แตก นาที 42 ฟิลิปเป คูตินโญ ลองซัดไกลหน้าประตูแต่แฉลบคู่แข่งออกหลัง จากนั้น นาที 45 ได้ฟรีคิกระยะพอหวังผลได้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยืนเท้าเอวก่อนปั่นข้ามกำแพงแต่ก็ข้ามคานด้วย จบครึ่งแรก สวอนซี นำ 2 ตุง

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ส่ง คริสเตียน เบนเตเก แทน ฟิลิปเป คูตินโญ และก็เป็นผล นาที 64 หงส์แดง ตีไข่แตกจนได้ เชลยี โอโย เปิดมุมเข้ามาแล้ว เบนเตเก ชิงโหม่งไล่มา 1-2 แต่ดีใจแวบเดียว นาที 66 โดน สวอนซี ทิ้งอีก 3-1 จังหวะชุลมุนหน้าประตูแล้ว อังเดร อายิว ชิงบอลซัดไม่เหลือ

สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล เลวร้ายต่อเนื่อง เหลือ 10 คน เมื่อนาที 75 แบรด สมิธ โดนใบเหลืองแดงไล่ออกเพราะยกขาสูงใส่คู่แข่ง ส่วน นาที 85 สวอนซี เกือบได้อีกลูก กิลฟี ซิกูร์ดสสัน กดจากนอกเขตแต่เจอ ซิมง มิโญเลต์ เซฟ สุดท้ายไม่มีเพิ่ม จบเกม สวอนซี เก็บ 3 แต้มเข้าบ้านชนิดทำแฟนๆยินดีปรีดา ส่วน ลิเวอร์พูล รอทุ่มสมาธิเกม ยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก นัดสอง กับ บียาร์รีล ที่บ้านตัวเอง วันที่ 5 พฤษภาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สวอนซี ซิตี – ลูคัส ฟาเบียนสกี, ฆอร์ดี อามัต, นีล เทย์เลอร์, แอชลีย์ วิลเลียมส์, อังเจล รังเคล, ลีออน บริตตัน, เวย์น เราธ์เลดจ์, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร, กิลฟี ซิกูร์ดสสัน, แจ๊ค คอร์ก, อังเดร อายิว
ลิเวอร์พูล – แดนนี วอร์ด, นาธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, แบรด สมิธ, จอร์ดอน ไอบ์, เควิน สจวร์ต, เชลยี โอโย, เปโดร ชิริเวลล, ฟิลิปเป คูตินโญ, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

Categories: ผลบอล

มอยส์ สนหวนคืนรังคุม

มอยส์ สนหวนคืนรังคุม ทอฟฟี แทน มาร์ติเนซ

เดวิด มอยส์ กุนซือว่างงานชาวสกอตแลนด์ ตกเป็นข่าว ต้องการกลับมาคุมทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน อีกครั้ง หาก โรเบร์โต มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ถูกไล่ออก

สำหรับ มาร์ติเนซ ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก หลังพาทีมจมอยู่อันดับ 12 ของตาราง แถมเพิ่งถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไปสดๆ ร้อนๆ และแฟนบอลทอฟฟี่สีน้ำเงินจำนวนมากก็ต้องการให้สโมสรปลดเขาออกจากตำแหน่ง ซึ่งทางบอร์ดบริหารของสโมสรเตรียมนัดประชุมเกี่ยวกับอนาคตของ มาร์ติเนซ ในสัปดาห์นี้

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ระบุว่า เดวิด มอยส์ ที่เคยเป็นผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ปี 2002-2013 ซึ่งว่างงานมาตลอดนับตั้งแต่ถูก เรอัล โซเซียดาด ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้บอกกับเพื่อนสนิทของเขาว่าเขาต้องการกลับมาคุมทีมเอฟเวอร์ตันอีกครั้ง หากสโมสรปลด มาร์ติเนซ พ้นเก้าอี้กุนซือ

เอ็นริเก ลั่นขอเก็บชัยทุกนัดที่เหลือ

เอ็นริเก ลั่นขอเก็บชัยทุกนัดที่เหลือ ชี้ทีมเล่นดีแต่ขาดโชคเท่านั้น

หลุยส์​ เอ็นริเก กุนซือของบาร์เซโลนา ยอมรับว่าทีมของเขาเล่นดีแล้วแต่ขาดโชคเป็นเหตุให้พ่ายคาบ้านต่อ “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย 1-2 ในศึกลาลีกา สเปนเมื่อคืนนี้ถึงแม้ ลีโอเนล เมสซี จะซัดลูกที่ 500 ในอาชีพการค้าแข้งได้ แต่ทว่าต้นสังกัดของเขาไม่อาจรอดพ้นความพ่ายแพ้ต่อ “ไอ้ค้างคาว” ผู้มาเยือนได้ อีกทั้งการพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ บาร์ซา พ่ายแพ้เป็นเกมที่ 3 เกมติดต่อกันซึ่งทำให้ แอตเลติโก มาดริด รองจ่าฝูงมีแต้มเท่าและ เรอัล มาดริด อันดับ 3 ไล่มาเหลือ 1 แต้มกับอีก 5 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวกระทิงยังมั่นใจว่าทีมของเขาจะคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ไปครองได้หากพวกเขาสามารถเอาชนะในเกมที่เหลือได้ทั้งหมด

“ผมคิดว่าเราต้องการชัยชนะอีก 5 นัดถึงจะเป็นแชมป์ลีก และหากมีทีมอื่นทีมใดที่สามารถทำได้อย่างเราก็จะเป็นบาร์เซโลนาที่เป็นแชมป์ เราเผชิญหน้ากับความท้าทายอันหนักอึ้งแต่เราจะเป็นแชมป์ถ้าเราเอาชนะในอีก 5 แมตซ์ที่เหลือของฤดูกาล

ผมทำได้เพียงแต่ชื่นชมนักเตะของผม ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะวิจารณ์พวกเขา ผมคิดว่าเราตอบสนองได้ดีกับความผิดหวังตอนนี้ เราแค่ขาดโชค เราต้องการเพียงแค่ประตู แน่นอนเราได้ 1 ประตูแต่มันก็ไม่เพียงพอ

มันเป็นผลงานที่ดีมากในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างนี้ เราเหนือกว่า บาเลนเซีย ทุกด้าน พวกเขาแค่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
เราสร้างโอกาสได้มากมายและสมควรกับการเก็บ 3 แต้มแต่นี่คือฟุตบอล คุณสามาระเอาชนะได้โดยไม่ต้องเล่นเกมรุกและนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้”

สำหรับ บาร์ซา จะบุกไปเยือน เดปอร์ติโบ ลากอรุนญา ในเกมลีกนัดต่อไปวันพุธนี้

สื่อตีข่าว ผี พร้อมปล่อย

สื่อตีข่าว ผี พร้อมปล่อย เดปาย ชไนเดอร์ลิน พ้นทีม

‘ผีแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ลีกผู้ดี พร้อมขาย เมมฟิส เดปาย ปีกที่คว้ามาจาก พีเอสวี ไอนด์โอเฟน และ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน กองกลางที่เพิ่งย้ายมาจาก เซาแฮมป์ตัน หลังนักเตะทั้งสองคนไม่สามารถงัดฟอร์มที่สุดยอดออกมาได้เหมือนสมัยอยู่ทีมเก่า โดยยินดีรับฟังข้อเสนอจากทุกสโมสร

พร้อมกันนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ฟิล โจนส์ และ มาร์กอส โรโฮ สองกองหลังของทีมอาจเป็นอีกสองนักเตะที่จะถูกลอยแพออกจากทีม หลังทั้งสองได้รับบาดเจ็บเรื้อรังจนใช้เวลาอยู่กับโรงหมอมากกว่าในสนาม ซึ่งในรายของ โจนส์ ที่ยังเจ็บไม่พร้อมคืนทีม ส่วน โรโฮ เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนาม และยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้

สำหรับเมมฟิส เดปาย ตกเป็นตัวสำรองของทีมอย่างถาวรแล้ว ส่วนมอร์แกน ชไนเดอร์ลินยังเข้าๆ ออกๆ จาก 11 คนแรก และสองคนนี้ยิงในลีกได้เพียงคนละ 1 ประตูเท่านั้น.

วาร์ดี้ ชม สมอลลิง

วาร์ดี้ ชม สมอลลิง สุดยอดกองหลังที่เคยเจอ

เจมี วาร์ดี กองหน้าฟอร์มแรงแห่งสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และทีมชาติอังกฤษ เผย คริส สมอลลิง ปราการหลังตัวกลางเพื่อนร่วมชาติ จากค่ายปิศาจแดง คือกองหลังที่มีความแข็งแกร่ง และเล่นด้วยยากสุดเท่าที่เคยเจอมา

หัวหอกทีมชาติอังกฤษ วัย 29 ปี กลับมาทำผลงานได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้ให้กับทีมจิ้งจอกสยาม โดยขึ้นครองสถิติยิงต่อเนื่องในลีกนานที่สุดคนใหม่ แทนที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตกองหน้าปิศาจแดง พร้อมทั้งมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นหนึ่งใน 23 ตัวเลือกสุดท้ายของทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยศึกยูโร 2016 รอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

ล่าสุด วาร์ดี ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อว่า สมอลลิง เพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ คือคู่ต่อสู้ที่ต่อกรด้วยยากสุดเท่าที่เคยเจอมาเลยทีเดียว

“ผมคิดว่าสิ่งที่ คริส สมอลลิง ทำมาให้ปีนี้ มันยอดเยี่ยมมาก เขาแทบไม่เคยมีเวลาให้คุณได้หยุดพักเลย มันเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากให้เขาอยู่ทีมเดียวกันกับคุณ มากกว่าที่จะอยู่ฝั่งตรงข้าม”

สำหรับ วาร์ดี ปัจจุบันรั้งอยู่ในตำแหน่งรองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกที่ 19 ประตู ตามหลัง แฮร์รี เคน ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติ ของทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ อยู่เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น

เสือเหลืองจ้องดึง

เสือเหลืองจ้องดึง เกิตเซ กลับถิ่นเก่า

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่งศึกฟุตบอลลีกเยอรมัน ตกเป็นข่าวพร้อมดึงตัว มาริโอ เกิตเซ อดีตลูกหม้อคนสำคัญกลับมาอยู่กับทีมอีกครั้ง หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการย้ายไปค้าแข้งกับคู่ปรับร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิก

มิดฟิลด์พรสวรรค์ วัย 23 ปี เป็นหนึ่งในผลผลิตระดับคุณภาพของทีมเสือเหลือง และก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2009 ภายใต้การผลักดันของ เยอร์เกน คลอปป์ ก่อนจะทำเรื่องช็อกแฟนบอลเมื่อตัดสินใจย้ายข้ามห้วยไปสวมเสื้อคู่ปรับอย่าง บาเยิร์น มิวนิก เมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัวสูงถึง 37 ล้านยูโร

แต่ตลอด 3 ซีซั่นในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา กองกลางร่างเล็กรายนี้กลับไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว เมื่อต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า และโอกาสที่น้อยเกินไปภายใต้การคุมทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

ทำให้ล่าสุด “บิลด์” สื่อชื่อดังของเยอรมันประโคมข่าว บอร์ดบริหาร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัวเกิตเซ กลับมาวาดลวดลายกับต้นสังกัดเก่าอีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวต้องการโอกาสลงสนามที่มากขึ้น และ บาเยิร์น มิวนิก ก็มีทีท่าพร้อมปล่อยตัวออกจากทีมด้วยเช่นกัน ก่อนที่สัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงในอีก 12 เดือนหลังจากนี้

อย่างไรก็ตาม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อาจต้องแข่งขันอย่างหนักกับ ลิเวอร์พูล ที่คลอปป์ต้องการได้ตัวศิษย์ก้นกุฏิรายนี้ไปร่วมงานอีกครั้งด้วยเช่นกัน

ผี เร่งไม่ขึ้น ได้แค่เจ๊าหงส์

ผี เร่งไม่ขึ้น ได้แค่เจ๊าหงส์ ร่วงยูโรปา ลีก ตามไก่เดือยทอง

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงตีเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด คืนวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ศึก ยูฟา ยูโรปา ลีก สกอร์รวม 2 นัด 3-1

ยูฟา ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลก 2
แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล (รวม 2 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 3-1)

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการยิงคืน 3 ประตู เพื่อเข้ารอบ หลังพ่ายมาเลกแรก 0-2 วาง มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบทศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน อองโตนี มาร์กซิอาล , ฆวน มาตา และ เจสซี ลินการ์ด ล่าตาข่าย ต้อนรับ ลิเวอร์พูล ที่ถอย เจมส์ มิลเนอร์ ยืนฟูลแบ็ก และมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ , ฟิลิปเป คูตินโญ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน เป็นทีเด็ดแนวรุก

เสียงนกหวีดดังขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่อยๆ เคาะบอลตั้งเกมรุกจนได้ทักทายนาที 18 จากความผิดพลาดของ ซิมง มิโญเลต์ นายทวาร เกิดเกี่ยงกับ เจมส์ มิลเนอร์ จังหวะตัดบอลโยนจากด้านซ้าย ทำให้ เจสซี ลินการ์ด เทกตัวโหม่งแบบโล่งๆ เคราะห์ดีที่ถอยกลับมาปัดไว้ทัน ถัดมา 3 นาที อองโตนี มาร์กซิอาล พริ้วเข้าเขตโทษด้านซ้าย ตะบันหลุดเสาไกล

ลิเวอร์พูล ตอบโต้นาที 28 อดัม ลัลลานา เปิดจากขวาแฉลบเข้าทาง ฟิลิปเป คูตินโญ วิ่งมาซัดตรงหัวกะโหลก บอลพุ่งลอดขา เดลีย์ บลินด์ แต่ ดาบิด เด เคอา นายทวาร เหยียดแขนปัดได้ “ปิศาจแดง” จุดประกายความหวังนาที 31 จากจุดโทษ อองโตนี มาร์กซิอาล กระชากหนีไปสุดเส้นหลังด้านซ้าย ทว่าถูก นาธาเนียล ไคลน์ ขัดขาล้มลง แล้วลุกมาสังหารขึ้นนำ 1-0

“หงส์แดง” หวิดทวงคืนทันควันนาที 35 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลักไก่ปั่นฟรีคิกมุมแคบด้านขวา บอลโค้งข้ามมือ ดาบิด เด เคอา ชนคานเต็มๆ ต่อมา6 นาที จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฝากบอลไปทางขวาให้ ฟิลิปเป คูตินโญ แล้ววิ่งไปรับคืนในเขตโทษ และได้แปเหน่งๆ ข้ามคาน ก่อนพักครึ่ง 2 นาที ยูไนเต็ด เกือบบวกเพิ่ม เดลีย์ บลินด์ จุดพลุไปสุดเส้นหลังด้านซ้าย มารูยาน เฟลไลนี ตบมาเสาแรก มาร์กอส โรโฮ ชาร์จจ่อๆ ไม่ตรงกรอบ

สาวก “เดอะ ค็อป” ส่งเสียงเฮลั่น ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 1 ฟิลิปเป คูตินโญ เลี้ยงจี้ กิเยร์โม บาเลรา กระชากหนีไปสุดเส้นหลังด้านซ้าย ชิปมุมแคบสวน ดาบิด เด เคอา ตีเสมอเป็น 1-1 แล้วหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ลุยต่อครึ่งหลัง “เรด เดวิลส์” แทบพับสนามบุก นาที 60 ไมเคิล คาร์ริค ตั้งป้อมโยนจากริมเส้นด้านขวา มารูยาน เฟลไลนี ขึ้นโขกตรงตัว ซิมง มิโญเลต์ ถัดมา 3 นาที อองโตนี มาร์กซิอาล ทำชิ่งกับ เจสซี ลินการ์ด 2 จังหวะ จนได้ซัดแบบเหน่งๆ ตรงเขตโทษด้านขวาไม่เข้ากรอบ เข้าสู่นาที 72มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดถึงสุดเส้นหลังด้านขวา ไหลนิ่มๆ ให้ เฟลไลนี ยิงแบบไม่จับ แต่โด่งเกินไป

ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ ตั้งหลักสวนมาบ้างนาที 78 อดัม ลัลลานา ไหลจากซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ อัดเต็มเท้ารนะยะประมาณ 20 หลา ดาบิด เด เคอา ปัดข้ามคาน จากนั้นก็ไม่มีช็อตหวาดเสียวเพิ่ม จบเกม เสมอกัน 1-1 รวม 2 นัด ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 3-1

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , มาร์กอส โรโฮ , คริส สมอลลิง , เดลีย์ บลินด์ , กิเยร์โม บาเลรา , ฆวน มาตา , อองโตนี มาร์กซิอาล , ไมเคิล คาร์ริค , มารูยาน เฟลไลนี , เจสซี ลินการ์ด , มาร์คัส แรชฟอร์ด
ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์ , นาธาเนียล ไคลน์ , เดยัน ลอฟเรน , มามาดู ซาโก , เจมส์ มิลเนอร์ , เอ็มเร คาน , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , อดัม ลัลลานา , โรแบร์โต เฟอร์มิโน , ฟิลิปเป คูตินโญ , แดเนียล สเตอร์ริดจ์

ผลฟุตบอล ยูฟา ยูโรปา ลีก 2015-16 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลก 2 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม
อันเดอร์เลชท์ 0-1 ชัคเตอร์ โดเนตส์ก (รวม 2 นัด ชัคเตอร์ฯ ชนะ 1-4)
[0-1 เอดูอาร์โด น.90+3]

บรากา 4-1 เฟเนร์บาห์เช (รวม 2 นัด บรากา ชนะ 4-2)
[1-0 อาเหม็ด ฮัสซาน น.11 , 1-1 อัลเปอร์ โปตุก น.45+3 , 2-1 โจซูเอ (จุดโทษ) น.69 , 3-1 นิโกลา สโตยิลิจโควิช น.74 , 4-1 ราฟา น.83]

เซบีญา 3-0 บาเซิล (รวม 2 นัด เซบีญา ชนะ 3-0)
[1-0 อดิล รามี น.35 , 2-0 เควิน กาเมโร น.44 , 3-0 เควิน กาเมโร น.45]

สเปอร์ส 1-2 ดอร์ทมุนด์ (รวม 2 นัด ดอร์ทมุนด์ ชนะ 5-1)
[0-1 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.24 , 0-2 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.70 , 1-2 ซอน เฮือง มิน น.74]

เมสซี ยิงเบิ้ล

เมสซี ยิงเบิ้ล บาร์ซาบุกอัดเออิบาร์ นำฝูงสบาย

ลิโอเนล เมสซี ดาวยิง บาร์เซโลนา เพิ่มสถิติให้ตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการซัดคนเดียว 2 ตุงก่อนผนึกกำลังเพื่อนพา “เจ้าบุญทุ่ม” บุกถล่ม เออิบาร์ ย่อยยับ 4-0 ศึก ลา ลีกา สเปน ค่ำคืนวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา

ลา ลีกา สเปน
เออิบาร์ 0-4 บาร์เซโลนา

ศึกลูกหนัง ลา ลีกา สเปน เกมที่น่าสนใจ บาร์เซโลนา จ่าฝูงมี 69 แต้ม เดินทางบุกเยือน เออิบาร์ อันดับ 8 มี 36 แต้ม ที่ เอสตาดิโอ มูนิซิปัล เกมนี้ เออิบาร์ เจ้าบ้านมี บอร์ฆา กับ เซร์จี เอ็นริช ยืนคู่หน้า ส่วนทีมเยือนส่ง หลุยส์ ซัวเรซ จับคู่ ลิโอเนล เมสซี พังตาข่าย

เริ่มเกมมา 7 นาที บาร์ซา ไม่รีรอยิงนำก่อนเลย หลุยส์ ซัวเรซ เก็บบอลที่สุดเส้นหลังแล้วเปิดยัดให้ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี กระทุ้งจ่อๆ 1-0 ต่อมา นาที 12 เออิบาร์ มีสวนบ้าง บอลจากลูกเตะมุม โยซิป ราโดเซวิช เปิดโค้งเข้ามาแล้ว อิวาน รามิส เทกตัวโหม่งแต่บอลข้ามคาน

บาร์ซา นำอยู่แต่เกม เออิบาร์ ดีกว่า นาที 33 ดาวิด ชังกา ผ่านบอลให้ กอนซาโล เอสคาลันเต ยิงแต่ไม่แม่นบอลออกข้าง ทว่า นาที 42 เมื่อมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งแล้วทำไม่ได้ก็โดน “เจ้าบุญทุ่ม” บวกเพิ่ม ลิโอเนล เมสซี พริ้วมาถึงเขตโทษแล้วยิงหักข้อไม่เหลือ จบครึ่งแรก ทีมเยือนนำ 2-0

ครึ่งหลังโอกาสมีน้อย นาที 65 เออิบาร์ มีลุ้นตีไข่แตกเมื่อ อาเดรียน กอนซาเลซ กดด้วยซ้ายนอกเขตแต่บอลข้ามคานไกล แต่แล้ว นาที 74 บาร์ซา มาได้จุดโทษเมื่อ อิวาน รามิส ล้มตัวสกัดกาบุกของ หลุยส์ ซัวเรซ แต่บอลไปโดนมือก่อนที่ ลิโอเนล เมสซี สังหารไม่เหลือ 3-0

ท้ายเกม นาที 83 เจ้าบุญทุ่ม ได้ลูกตอกฝาโลง หลุยส์ ซัวเรซ พริ้วเหนือชั้นเข้าเขตโทษแล้วยิงหลังเท้าเสียบตาข่ายสวยงาม จบเกม ทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก ปิดบัญชี 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 72 แต้ม ยึดเก้าอี้จ่าฝูงต่อไปแบบสง่างาม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เออิบาร์ – ไอเซียร์ รีสโก, อเล็กซานเดอร์ พานติช, อังเดร คาปา, อิวาน รามิส, ดาวิด ชังกา, กอนซาเลซ เอสคาลันเต, โจซิป ราโดเซวิช, ดานี การ์เซีย, อาเดรียน กอนซาเลซ, เซร์จี เอ็นริช, บอร์ฆา
บาร์เซโลนา – เคลาดิโอ บราโว, เคราร์ด ปิเก, ดานี อัลเวส, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ฆอร์ดี อัลบา, อิวาน ราคิติช, เซร์จี บุสเกสต์, อาร์ดา ตูราน, หลุยส์ ซัวเรซ, ลิโอเนล เมสซี, มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี

มิลาน เปิดบ้านถล่ม

มิลาน เปิดบ้านถล่ม ทีมรองบ่อนทะลุชิง โคปปาอิตาเลีย

เฌเรมี เมเนซ ศูนย์หน้า เอซี มิลาน เหมา 2 ประตู ย้ำแค้น อเลสซานเดรีย ทีมรองบ่อน 5-0 ที่สนาม ซาน ซิโร คืนวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึก โคปปา อิตาเลีย 2015-16 สกอร์รวม 2 นัด 6-0

โคปปา อิตาเลีย รอบรองชนะเลิศ เลก 2
มิลาน 5-0 อเลสซานเดรีย (รวม 2 นัด มิลาน ชนะ 6-0)

ซินิซา มิไฮจ์โลวิช เทรนเนอร์ เอซี มิลาน ดร็อป คาร์ลอส บัคคา เป็นเพียงสำรอง เปิดโอกาส มาริโอ บาโลเตลลี ลงสนามตัวจริง จับคู่ เฌเรมี เมเนซ ล่าตาข่าย โดยมี เคซุเกะ ฮอนดะ กับ เจียโคโม โบนาเวนตูรา ปั้นเกมรุก รับมือ อเลสซานเดรีย ซึ่งต้องทวงคืนอย่างน้อย 1 ประตู หลังพ่ายมาเลกแรก 0-1

เสียงนกหวีดดังขึ้น เอซี มิลาน น่าออกนำแบบสุดๆ ตั้งแต่ 7 นาทีแรก ยูราจ คุชกา เลื้อยหลุดเข้าเขตโทษด้านซ้าย ถวายพานให้ เคซุเกะ ฮอนดะ แปแบบจ่อๆ ข้ามคานนิดเดียว ถัดมาแค่ 2 นาที อเลสซานเดรีย เกือบสร้างเซอร์ไพรส์ มานูเอล มาร์ราส ไหลนิ่มๆ เข้าเขตโทษด้านขวา มานูเอล ฟิสช์นัลเลอร์ ล้มตัวยิง แต่ คริสเตียน อับเบียติ นายทวาร บล็อกไว้ทัน

พอตั้งหลักได้ “ปิศาจแดงดำ” บดต่อเนื่องจนความพยายามสัมฤทธิ์ผลนาที 20 เคซุเกะ ฮอนดะ ตักบอลโด่งเข้าเขตโทษ เฌเรมี เมเนซ พักอกหนีมาทางขวา แล้วยิงหักข้อซุกก้นตาข่าย ถัดมา 4 นาที สกอร์ไหลเป็น 2-0 ยูราจ คุชกา ลอยตัวสะบัดลูกเปิดเตะมุมฝั่งขวาไปเสาสอง อเลสซานโดร โรมาโญลี เซ็นเตอร์แบ็ก ชาร์จระยะเผาขน

“รอสโซเนรี” ทิ้งห่างนาที 40 อันเดรีย โปลี ฝากบอลมาตรงเขตโทษด้านขวาให้ เคซุเกะ ฮอนดะ แล้วตามไปรับคืนตรงสุดเส้นหลัง หักเข้ากลางให้ เฌเรมี เมเนซ แปจ่อๆ จบครึ่งแรก มิลาน นำ 3-0

สู้กันต่อครึ่งหลัง เจ้าถิ่น ตอกฝาโลงสนิทนาที 80 โรแบร์โต ซาบาโต สกัดลูกเปิดเตะมุมฝั่งขวาตรงเสาสองผิดเหลี่ยม จิอันมาร์โก วานนุคคี นายทวาร ทุบออกมา แต่บอลข้ามเส้นประตูไปแล้ว จากนั้นนาที 89 มาริโอ บาโลเตลลี หลุดมาล่อเป้า แล้วแปลอดขา วานนุคคี ซุกก้นตาข่าย ให้ เอซี มิลาน เอาชนะไป 5-0 สกอร์รวม 2 นัด 6-0 รอพบ อินเตอร์ มิลาน หรือ ยูเวนตุส

รายชื่อ 11 ตัวจริง
มิลาน : คริสเตียน อับเบียติ , มัตเตีย เดอ ชีโญ , อเลสซิโอ โรมาโญลี , คริสเตียน ซาปาตา , ลูกา อันโตเนลลี , เคซุเกะ ฮอนดะ , อันเดรีย โปลี , ยูราจ คุชกา , เจียโคโม โบนาเวนตูรา , เฌเรมี เมเนซ , มาริโอ บาโลเตลลี
อเลสซานเดรีย : จิอันมาร์โก วานนุคคี , ซานติอาโก โมเรโร , อเล็กซ์ เซียร์รี , โรแบร์โต ซาบาโต , เวดราน เซลยัก , จิอันลูกา นิคโค , มานูเอล ฟิสช์นัลเลอร์ , ซิโมเน บรังกา , มานูเอล มาร์ราส , มัสซิโม โลวิโซ , ซิโมเน อิโอโคลาโน

Categories: ผลบอล

เปเยกรินี

เปเยกรินี เผยไม่ผิดหวังที่ทำตามสัญญาส่งกาบาเยโร่ลง

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ประกาศยอมสละแชมป์ แต่ไม่ขอผิดสัจจะ มอบโอกาสแก่ วิลลี คาบาเยโร นายทวารอาร์เจนไตน์ แสดงฝีมือ ศึก แคปิทัล วัน คัพ รอบชิงชนะเลิศ กับ ลิเวอร์พูล เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เปเยกรินี เจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หลังยืนยันใส่ชื่อ อดีตผู้เล่น มาลากา เฝ้าเสาที่สนาม เวมบลีย์ แทน โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูหมายเลข 1 ถึงแม้เคยเฟอะฟะ เป็นเหตุให้พ่าย เชลซี ยับเยิน 1-5 เกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 สุดสัปดาห์ที่แล้ว (21 ก.พ.)

ทว่า หลังจาก ซิตี ซึ่งขึ้นนำก่อนจาก แฟร์นันดินโญ มิดฟิลด์บราซิเลียน สูญเสียความได้เปรียบ ด้วยประตูของ ฟิลิปเป คูตินโญ เพลย์เมกเกอร์ “หงส์แดง” จนกระทั่งจบเกม 120 นาทีอันดุเดือด คาบาเยโร วัย 34 ปี กลายเป็นฮีโร่ เซฟ 3 จุดโทษ ส่ง “เรือใบสีฟ้า” รับโทรฟีใบแรกของฤดูกาล 2015-16

บิ๊กบอสชาวชิลี กล่าว “ผมยอมเสียแชมป์ดีกว่าผิดสัญญา ไม่มีทางเลยสำหรับ วิลลี ที่จะไม่ได้ลงสนาม บางทีคำพูดของพวกคุณอาจไม่สำคัญ หรือเป้าหมายสูงสุด คือ การคว้าแชมป์ แต่ผมคิดว่า คำพูดของผมสำคัญกว่าผลการแข่งขัน หากคุณมั่นใจว่าจะเป็นแชมป์ ผมต้องการทำได้ โดยมี วิลลี เป็นฮีโร่”

“วิลลี เป็นผู้รักษาประตูฝีมือดี โชคดีสำหรับเราที่เขารอถึงนาทีสุดท้าย และไม่เคยคาดเดาว่า คู่แข่งจะยิงไปตรงไหน นั่นคือสาเหตุที่เขาป้องกันได้ทั้ง 3 ลูก ผมคิดว่าเราน่าจะชนะก่อนยิงจุดโทษ วิลลี แทบไม่ต้องออกแรงเลยตลอด 90 นาที”

คาวานี่ ฮีโร่ลงซัดพาเปแอสเช

คาวานี่ ฮีโร่ลงซัดพาเปแอสเช เชือดสิงห์บลู 2-1

เอดินสัน คาวานี หอกทีมชาติอุรุกวัย ลงมาเป็นตัวสำรองซัดประตูชัยให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดรัง ปาร์ก เดอส์ แปรงส์ เฉือนชนะ เชลซี 2-1 ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่สนาม ปาร์ก เดอส์ แปรงส์
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) 2 – 1 เชลซี (อังกฤษ)

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่ฤดูกาลนี้ลงเล่น 26 นัดไร้พ่าย เปิดรัง ปาร์ก เดอส์ แปรงส์ รับการมาเยือนของ เชลซี ทำศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก โดยด่านนี้เมื่อปีที่แล้วทั้งคู่ก็เจอกัน ซึ่ง เปแอสเช เข้ารอบต่อไปด้วยอะเวย์โกล์หลังเสมอกัน 3-3 ส่วนเกมนี้เจ้าถิ่นฟูลทีม ด้านฝั่งอาคันตุกะไร้ จอห์น เทอร์รี กับ เคิร์ต ซูมา 2 กองหลังที่บาดเจ็บ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช จึงต้องหุบมายืนตรงกลางแทน

เปิดฉาก เปแอสเช ไม่พูดพร่ำทำเพลงมีลุ้นก่อน 2 ครั้งซ้อนๆ ช่วง 5 นาทีแรกจาก มาร์โก แวร์รัตติ ยิงไกลบอลส่ายแต่ยังพุ่งตรงตัว ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ทุบออกไปได้ ตามด้วย ลูคัส มูรา ที่ส่องนอกเขตบอลเลี้ยวหนีหน้าปากประตูออกไปนิดเดียว จากนั้น เชลซี เริ่มจับจังหวะได้จึงกลับมาครองบอลได้มากกว่าและมีลุ้นประตูจะแจ้งที่น่าจะขึ้นนำแบบสุดๆ นาที 24 เมื่อ บาบา ราห์มาน เปิดจากซ้ายให้ ดิเอโก กอสตา โหม่งย้อนทางไปเสาแรก แม้ เควิน ทรัปป์ เทน้ำหนักมาอีกฝั่งแล้ว แต่ยังเหยียดแขนไปปัดบอลชนคานช่วยทีมเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

เกมเบียดกันอยู่พักใหญ่จนกระทั่งนาที 39 เปแอสเช ได้ฟรีคิก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงเต็มแรงบอลพุ่งแฉลบกำแพง จอห์น โอบิ มิเกล เปลี่ยนทางเข้าประตูไปเจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เชลซี ได้ลูกเตะมุมกราบขวา กอสตา โหม่งเช็ดที่เสาแรกให้ มิเกล ที่ยืนอยู่โล่งๆ กลางประตูไร้คนประกบก่อนตะบันตีเสมอ 1-1 พร้อมกับหมด 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเปิดฉากอย่างเร้าใจนาที 48 เชลซี สวนกลับ วิลเลียน แทงทะลุช่องให้ กอสตา หลุดไปล่อเป้าแต่ยิงติด ทรัปป์ จากนั้นอีก 2 นาที เปแอสเช ตอบโต้ทันควัน อังเคล ดิ มาเรีย ยิงไกลด้วยซ้ายจะเช็ดใต้คานแต่ คูร์ตัวส์ ปัดพ้นคาน

เปแอสเช โหมเกมอย่างหนักจนกระทั่งนาที 70 ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ จากนั้นนาที 71 เชลซี เปลี่ยนตัวก่อนส่ง ออสการ์ ลงมาปั้นเกมแทน เอเดน ฮาซาร์ด เจ้าถิ่นปรับหมากบ้างนาที 74 ส่ง เอดินสัน คาวานี หอกทีมชาติอุรุกวัยลงมาแทน มูรา ที่ถูกใบเหลืองไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

นาที 78 เปแอสเช ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยม ดิ มาเรีย กลับตัวคิดเร็วทำเร็วตักจากกลางสนามข้ามแผงแบ็กโฟร์ เชลซี ให้ คาวานี หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงลอดตัว คูร์ตัวส์ ตุงตาข่ายอย่างสุดคม

จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ชนะ เชลซี 2-1 โดยนัดต่อไปทั้งคู่จะไปเจอกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันที่ 9 มีนาคมนี้ ส่วนผลอีกคู่ เบนฟิกา (โปรตุเกส) ชนะ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) 1-0 จากการยิงของ โจนาส นาที 90+1

รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง – เควิน ทรัปป์, ติอาโก ซิลวา, มาร์ควินญอส, แม็กซ์เวลล์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์โก แวร์รัตติ, ติอาโก ม็อตตา, แบลส มาตุยดี, ลูคัส มูรา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, อังเคล ดิ มาเรีย
เชลซี – ธิโบต์ คูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบา ราห์มาน, แกรี เคฮิลล์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, เชส ฟาเบรกาส, เอเดน ฮาซาร์ด, จอห์น โอบิ มิเกล, เปโดร โรดริเกวซ, วิลเลียน, ดิเอโก กอสตา

เนวิลล์ ลั่นสู้ต่อแม้เพิ่งโดน

เนวิลล์ ลั่นสู้ต่อแม้เพิ่งโดน บาร์ซาถล่มยับ

แกรี เนวิลล์ โค้ชชาวอังกฤษ ของทีม “ค้างคาว” บาเลนเซีย สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ประกาศลั่น ไม่ลาออกจากตำแหน่งแน่นอน หลังพาทีมบุกไปแพ้ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา อย่างยับเยิน 0-7 ในศึกโกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
เกมนี้ บาร์เซโลนา ได้ ลิโอเนล เมสซี ซัดแฮตทริก บวกกับอีก 4 ประตูจาก หลุยส์ ซัวเรซ พาทีมเอาชนะบาเลนเซีย ไปสบาย 7-0 แทบจะลอยลำเข้าชิงชนะเลิศเต็มที

เนวิลล์ กล่าวว่า “ไม่ ผมไม่ลาออก ผมอยากให้เกมลีกนัดต่อไปที่จะเจอกับเรอัล เบติส เริ่มต้นขึ้นในอีก 10 นาทีนี้เลย นี่คือหนึ่งในประสบการณ์เลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ที่ผมอยู่ในวงการฟุตบอลมา”